
ความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density) คืออะไร?
ความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density / BMD) คือปริมาณแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียม ที่สะสมอยู่ในเนื้อกระดูกต่อพื้นที่หนึ่งหน่วย ยิ่งความหนาแน่นของมวลกระดูกมาก กระดูกก็ยิ่งแข็งแรงและทนต่อการแตกหักได้ดี เมื่ออายุมากขึ้นหรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความหนาแน่นของมวลกระดูกมักลดลง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน การตรวจวัดค่านี้จึงช่วยให้ทราบสุขภาพกระดูกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ความหนาแน่นของมวลกระดูก เกี่ยวข้องกับ T-score อย่างไร
ผลการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกจะรายงานออกมาเป็นค่า T-score ซึ่งเปรียบเทียบมวลกระดูกของผู้ตรวจกับค่าเฉลี่ยของคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ยิ่งค่า T-score ติดลบมาก ยิ่งบ่งบอกว่าความหนาแน่นของมวลกระดูกน้อยกว่ามาตรฐานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่า Z-score ที่เปรียบเทียบกับคนวัยและเพศเดียวกัน ซึ่งมักใช้ในคนอายุน้อย
ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วยวิธีไหน
วิธีมาตรฐานในการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกคือการใช้เครื่อง DEXA (Dual-energy X-ray Absorptiometry) ซึ่งใช้รังสีเอกซเรย์พลังงานต่ำวัดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพกเป็นหลัก เป็นการตรวจที่แม่นยำสูง ใช้เวลาไม่นาน และทราบผลเป็นค่า T-score เพื่อนำไปแปลผลต่อ
อ่านค่า T-score จากผลตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดเกณฑ์การแปลผลค่า T-score จากการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกไว้ดังนี้:
| ค่า T-score | การแปลผล | ความหมาย |
|---|---|---|
| มากกว่า หรือเท่ากับ −1.0 | ปกติ | ความหนาแน่นของมวลกระดูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ |
| −1.0 ถึง −2.5 | กระดูกบาง (Osteopenia) | มวลกระดูกเริ่มน้อยกว่ามาตรฐาน ควรเริ่มดูแล |
| น้อยกว่า หรือเท่ากับ −2.5 | กระดูกพรุน (Osteoporosis) | มวลกระดูกน้อย เสี่ยงต่อการแตกหักมากขึ้น |
ใครควรตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก
การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกมีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่นๆ กลุ่มที่ควรพิจารณาตรวจ ได้แก่:
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
- ผู้สูงอายุ ทั้งหญิงและชายตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่เคย กระดูกหักง่าย จากอุบัติเหตุเล็กน้อย
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว หรือมีโรคที่ส่งผลต่อมวลกระดูก
- ผู้ที่ตัวเตี้ยลงผิดปกติ หรือหลังค่อมมากขึ้น
ดูแลความหนาแน่นของมวลกระดูกอย่างไร
เมื่อทราบค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกแล้ว การดูแลสุขภาพกระดูกในชีวิตประจำวันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมมวลกระดูก:
แคลเซียมและวิตามินดี
รับแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ ทั้งจากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูก เช่น แคลเซียมแอลทรีโอเนต
ออกกำลังกายลงน้ำหนัก
การเดิน วิ่งเหยาะ หรือออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก ช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกระดูก
รับแสงแดดอ่อน
แสงแดดช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียม
เลี่ยงปัจจัยทำลายกระดูก
งดสูบบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มคาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งมีผลต่อมวลกระดูก
คลิปจากหมอซัน

▶
หมอซันอธิบายภัยเงียบของภาวะกระดูกพรุนและกระดูกบาง พร้อมแนวทางดูแลสุขภาพกระดูกในผู้สูงอายุและวัยทอง
ติดตามคลิปเพิ่มเติมได้ที่ช่อง youtube.com/@drsuntv
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความหนาแน่นของมวลกระดูก
ตามเกณฑ์ของ WHO ค่า T-score จากการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ −2.5 ถือว่าเข้าเกณฑ์กระดูกพรุน ส่วนค่าระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 ถือว่ากระดูกบาง และค่ามากกว่าหรือเท่ากับ −1.0 ถือว่าปกติ การแปลผลควรทำร่วมกับการประเมินของแพทย์
ความถี่ในการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกขึ้นอยู่กับค่าที่ได้และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปในผู้ที่มีความเสี่ยงอาจตรวจซ้ำทุก 1–2 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูก
การดูแลสุขภาพกระดูกอย่างต่อเนื่อง เช่น การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ออกกำลังกายลงน้ำหนัก และเลี่ยงปัจจัยทำลายกระดูก เป็นพื้นฐานที่ช่วยส่งเสริมความหนาแน่นของมวลกระดูก ส่วนการเปลี่ยนแปลงของค่า T-score ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและการดูแลภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
บทสรุป
📌 สรุปสาระสำคัญ
ความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density / BMD) คือค่าที่บอกความแข็งแรงของกระดูก ตรวจด้วยเครื่อง DEXA และรายงานผลเป็นค่า T-score โดยค่ามากกว่าหรือเท่ากับ −1.0 ถือว่าปกติ, −1.0 ถึง −2.5 คือกระดูกบาง และน้อยกว่าหรือเท่ากับ −2.5 คือกระดูกพรุน ผู้หญิงวัยทองและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ควรพิจารณาตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก
การดูแลความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วยแคลเซียม วิตามินดี การออกกำลังกายลงน้ำหนัก และการเลี่ยงปัจจัยทำลายกระดูก เป็นพื้นฐานสำคัญ หากค่า T-score อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- World Health Organization (WHO) — Assessment of fracture risk and its application to screening for postmenopausal osteoporosis (WHO Technical Report)
- International Society for Clinical Densitometry (ISCD) — Official Positions on Bone Densitometry
- National Institutes of Health (NIH), Office of Dietary Supplements — Calcium and Vitamin D Fact Sheets
ติดต่อขอคำปรึกษา
สนใจรับคำปรึกษากับทีมงานหมอซัน
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความหนาแน่นของมวลกระดูก การดูแลสุขภาพกระดูก หรือสนใจผลิตภัณฑ์ DrSUNCa และบริการฝังเข็ม
ติดต่อทีมงานผ่าน LINE Official Account ได้ทันที





