
1. สาเหตุของอาการปวดก้นกบ
อาการ ปวดก้นกบ เกิดจากการบาดเจ็บ การอักเสบ หรือการรับแรงกดซ้ำๆ บริเวณข้อต่อก้นกบและเนื้อเยื่อโดยรอบ ก้นกบเป็นกระดูกชิ้นเล็กรูปสามเหลี่ยมที่ปลายกระดูกสันหลัง เมื่อนั่งลงน้ำหนักตัวส่วนหนึ่งจะถ่ายลงมาที่บริเวณนี้ จึงทำให้เกิดอาการปวดก้นกบได้ง่ายในคนที่นั่งนานหรือเคยกระแทก
สาเหตุที่พบได้บ่อย
- การล้มก้นกระแทกพื้น หรือกระแทกขอบเก้าอี้ บันได เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดก้นกบ
- การนั่งนานบนพื้นผิวแข็ง เช่น เก้าอี้ไม้ พื้น หรือนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- การนั่งหลังค่อมหรือนั่งโน้มไปด้านหลัง ทำให้น้ำหนักลงที่ก้นกบมากเกินไป
- การคลอดบุตร ที่ทำให้เกิดแรงกดและการบาดเจ็บบริเวณก้นกบ
- ข้อต่อก้นกบเสื่อมหรืออักเสบ รวมถึงภาวะข้อต่อก้นกบเคลื่อนผิดปกติ
- กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึงเกร็ง จากความเครียดสะสมหรือการนั่งท่าเดิมนานๆ
- น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไป มีผลต่อการรองรับแรงกดและการกระจายน้ำหนักบริเวณก้นกบ
- สาเหตุอื่นที่พบได้น้อย เช่น การติดเชื้อหรือก้อนผิดปกติ ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
2. อาการของปวดก้นกบ
ผู้ที่มีภาวะ ปวดก้นกบ อาจมีอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยลักษณะอาการปวดก้นกบที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- ปวดเฉพาะจุดบริเวณก้นกบ มักเป็นปวดตื้อหรือปวดแปลบเมื่อมีแรงกด
- อาการปวดก้นกบ เพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อนั่งนาน โดยเฉพาะบนพื้นผิวแข็ง
- รู้สึก เจ็บมากขึ้นตอนลุกจากท่านั่ง หรือเปลี่ยนจากนั่งเป็นยืน
- อาจ ปวดขณะขับถ่าย หรือเวลานั่งโถส้วม
- มีอาการ กดเจ็บชัดเจน เมื่อสัมผัสบริเวณก้นกบ
- อาการปวดอาจ ร้าวไปบริเวณก้นหรือสะโพก ได้บ้างในบางราย
- อาการรบกวนการนั่งทำงาน การขับรถ และการพักผ่อน
3. แนวทางการดูแลอาการปวดก้นกบแบบองค์รวม “5 เสา” โดยไม่ต้องผ่าตัด
หมอซัน วิสัญญีแพทย์ที่จบจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และมีความเชี่ยวชาญด้านการระงับปวดและการฝังเข็ม มุ่งเน้นแนวทางการดูแลผู้ป่วยปวดก้นกบแบบองค์รวมที่เรียกว่า “5 เสา” ซึ่งให้ความสำคัญทั้งการบรรเทาอาการในระยะสั้นและการดูแลปัจจัยพื้นฐานเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด
แนวทางนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการปวดก้นกบ และผู้ที่มีอาการเรื้อรังหรือเคยรักษาด้วยวิธีอื่นมาแล้วแต่ยังมีอาการปวดอยู่:
-
การใช้ยา ตามหลัก “ให้ครบ ให้ถูก ให้ถึง”
การจัดยาให้เหมาะกับอาการปวดก้นกบ เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อในรายที่มีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งตึง ในขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อาจช่วยบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
-
การฝังเข็มทางการแพทย์
การฝังเข็ม ได้รับการรับรองจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนการใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและอาการปวดเรื้อรัง สำหรับอาการปวดก้นกบ หมอซันใช้เทคนิคบูรณาการโดยเน้นบริเวณรอบก้นกบและกลุ่มกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยคลายความตึงตัวและบรรเทาอาการ ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
-
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร DrSUN4in1 — ช่วยบำรุงและดูแลข้อต่อ
DrSUN4in1 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ UC-II (คอลลาเจนไทป์ 2 จากสหรัฐอเมริกา), Proteoglycan (จากญี่ปุ่น), และ Magnesium ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อ ผ่านมาตรฐาน อย. ส่วนประกอบเหล่านี้อาจช่วยบำรุงเนื้อเยื่อข้อต่อและช่วยดูแลกล้ามเนื้อที่ตึงตัวบริเวณรอบก้นกบ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลร่วมกับการปรับพฤติกรรม
-
การลดความเสี่ยง — รากฐานของการดูแลแบบยั่งยืน
ปัจจัยในชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่ออาการปวดก้นกบ การปรับพฤติกรรมในด้านต่างๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดแรงกดบริเวณก้นกบและลดโอกาสที่อาการจะกลับมาเป็นซ้ำ:
🪑
ท่านั่งและเบาะรองนั่ง
ใช้เบาะรองนั่งแบบเจาะรู (ทรงโดนัท) หรือเบาะตัว U ที่ช่วยลดแรงกดตรงก้นกบ หลีกเลี่ยงการนั่งบนพื้นแข็ง🏃
การปรับพฤติกรรม
ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–45 นาที นั่งหลังตรงพิงพนัก หลีกเลี่ยงการนั่งโน้มหลังไปด้านหลัง🧘
การจัดการอารมณ์และความเครียด
ความเครียดทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็ง การทำสมาธิและการหายใจลึกอาจช่วยลดความตึงตัวได้⚖️
การดูแลน้ำหนักตัว
น้ำหนักตัวที่เหมาะสมช่วยลดแรงกดสะสมที่ก้นกบขณะนั่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของอาการปวดเรื้อรัง -
การออกกำลังกายและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อสะโพกและอุ้งเชิงกราน เช่น ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก (Piriformis stretch), ท่ายืดต้นขาด้านหลัง รวมถึงการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว อาจช่วยลดแรงตึงบริเวณก้นกบ ควรปฏิบัติภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
แนวคิดของหมอซัน
หมอซัน นพ.อนันต์ ชาติสิริพัฒนา วิสัญญีแพทย์ศิริราช มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยปวดก้นกบด้วยแนวทาง “ปวดได้ ต้องหายได้” โดยผสมผสานวิสัญญีศาสตร์ การใช้ยา และการฝังเข็ม แบบไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด เหมาะกับทั้งกลุ่มที่เพิ่งเริ่มมีอาการ และกลุ่มที่มีอาการเรื้อรังหรือเคยรักษามาแล้วแต่ยังมีอาการปวด โดยให้ความสำคัญกับการดูแลที่ต้นเหตุเพื่อบรรเทาอาการในระยะสั้นและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว
4. คลิปจากหมอซัน

▶
หมอซันอธิบายแนวทางดูแลอาการปวดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่างแบบเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการดูแลก่อนการผ่าตัด
ติดตามคลิปเพิ่มเติมได้ที่ช่อง youtube.com/@drsuntv
5. คำถามที่พบบ่อย
อาการ ปวดก้นกบ ที่เกิดจากการกระแทกหรือนั่งนานในรายที่ไม่รุนแรง อาจค่อยๆ ดีขึ้นได้เมื่อปรับพฤติกรรมและลดแรงกดบริเวณก้นกบ แต่บางรายอาจมีอาการเรื้อรังต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
ผู้ที่ปวดก้นกบควรนั่งหลังตรงพิงพนัก กระจายน้ำหนักไปที่ก้นทั้งสองข้าง และใช้เบาะรองนั่งแบบเจาะรูตรงกลาง (ทรงโดนัท) หรือเบาะตัว U ที่ช่วยลดแรงกดบริเวณก้นกบโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงการนั่งบนพื้นแข็งนานๆ และลุกเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ
หากอาการปวดก้นกบเป็นต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำหนักลด มีไข้ คลำได้ก้อน ขาอ่อนแรง ชารอบทวารหนัก หรือกลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
6. บทสรุป
📌 สรุปสาระสำคัญ
อาการ ปวดก้นกบ เป็นภาวะที่มีสาเหตุได้หลากหลาย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการกระแทก การนั่งนานบนพื้นแข็ง ท่านั่งที่ไม่เหมาะสม และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึงเกร็ง แนวทางการดูแลแบบองค์รวม “5 เสา” ของหมอซัน — การใช้ยาที่เหมาะสม, การฝังเข็ม, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร DrSUN4in1, การลดความเสี่ยง (ท่านั่ง พฤติกรรม อารมณ์ น้ำหนัก), และการออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ — มุ่งเน้นการบรรเทาอาการปวดก้นกบในระยะสั้นและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด
ตามความเชื่อ “ปวดได้ ต้องหายได้” ของหมอซัน อาการปวดก้นกบในระยะเริ่มต้นถึงปานกลางส่วนหนึ่งสามารถดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
7. ติดต่อขอคำปรึกษา
สนใจรับคำปรึกษากับทีมงานหมอซัน
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ ปวดก้นกบ หรือสนใจการดูแลด้วยการฝังเข็ม / ผลิตภัณฑ์ DrSUN4in1
ติดต่อทีมงานผ่าน LINE Official Account ได้ทันที
The Enlight Clinic — 69/5 ซ.ศรีนครินทร์ ร่มเกล้า ลาดกระบัง กทม 10520 | โทร 065-235-4944





