
กระดูกทับเส้น คืออะไร?
คำว่า กระดูกทับเส้น เป็นชื่อเรียกในภาษาไทยที่ใช้เรียกภาวะ Radiculopathy หรือการกดเบียดของรากเส้นประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลัง ภาวะนี้ทางการแพทย์ครอบคลุมหลายโรค โดยกลไกหลักของ กระดูกทับเส้น ได้แก่:
- หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated Nucleus Pulposus — HNP) — เนื้อเจลด้านในหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมากดเส้นประสาท
- กระดูกงอก (Osteophyte / Bone Spur) — กระดูกงอกเสริมตามแนวข้อต่อกระดูกสันหลัง ทับเส้นประสาท
- โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) — ช่องที่เส้นประสาทผ่านแคบลงจากการเสื่อม
- ข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังเสื่อม (Facet Joint Arthropathy) — ข้อต่อโตจากการอักเสบ ทับช่องเส้นประสาท
- เอ็นรอบกระดูกสันหลังหนาตัว (Ligamentum Flavum Hypertrophy) — เอ็นหนาตัวทับเส้นประสาท
ทุกกลไกข้างต้นจัดอยู่ภายใต้ชื่อรวมว่า “กระดูกทับเส้น” และทุกแบบทำให้เกิดอาการคล้ายกัน — ปวด ชา ร้าวลงตามแขนหรือขา ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกด
📖 คำศัพท์ทางการแพทย์ที่ควรรู้
- Vertebra
- ข้อกระดูกสันหลัง — แบ่งเป็น Cervical (คอ), Thoracic (อก), Lumbar (เอว), Sacral (ก้นกบ)
- Disc
- หมอนรองกระดูก — เนื้อเยื่อนุ่มระหว่างกระดูกสันหลัง 2 ข้อ มีน้ำเป็นองค์ประกอบ 80%
- Nerve Root
- รากเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง — ถูกกดในภาวะ กระดูกทับเส้น
- Radiculopathy
- ภาวะรากเส้นประสาทถูกกด/อักเสบ ทำให้ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท
- HNP
- Herniated Nucleus Pulposus — หมอนรองกระดูกเคลื่อน — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
กระดูกทับเส้น มี 4 ประเภทตามตำแหน่ง
เพราะกระดูกสันหลังของมนุษย์มี 4 ส่วน กระดูกทับเส้น จึงเกิดได้ทั้ง 4 ตำแหน่ง อาการและการรักษาแตกต่างกันตามตำแหน่งที่เกิด:
1. กระดูกคอทับเส้น
ปวดต้นคอ ร้าวลงไหล่ แขน นิ้วมือ ชาปลายนิ้ว มักเกิดจากการก้มเล่นมือถือ ยกของหนัก หรือกระดูกคอเสื่อมตามวัย
2. กระดูกอกทับเส้น
พบน้อยที่สุด ปวดร้าวรอบลำตัวเหมือนแถบเข็มขัด อาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจหรือถุงน้ำดี ต้องพบแพทย์เพื่อแยกโรค
3. กระดูกเอวทับเส้น
พบบ่อยที่สุด ปวดเอว ปวดสะโพก ร้าวลงต้นขา น่อง ชาปลายเท้า (Sciatica) มักเกิดจาก HNP, นั่งนาน, ยกของหนัก
4. กระดูกก้นกบทับเส้น
ปวดสะโพกลึก ก้น ส้นเท้า อาจกระทบควบคุมการขับถ่าย — กรณีรุนแรงเรียก Cauda Equina Syndrome ต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน
4 ระยะของกระดูกทับเส้น — เช็คอาการตัวเองอยู่ระดับไหน
ทางการแพทย์แบ่ง กระดูกทับเส้น ออกเป็น 4 ระยะ ตามลักษณะการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกและความรุนแรงของอาการ การทราบว่าตัวเองอยู่ระยะไหน ช่วยให้ตัดสินใจปรึกษาแพทย์ได้เหมาะสม:
หมอนรองกระดูกเสื่อม (Disc Degeneration)
หมอนรองกระดูกเริ่มสูญเสียน้ำ มีความยืดหยุ่นลดลง แต่ยังไม่ปลิ้นออกมา กระดูกทับเส้น ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจรู้สึก:
- ปวดเอวหรือคอเป็นพักๆ มักดีขึ้นเมื่อพักผ่อน
- ตึงเอวตอนเช้าหรือหลังนั่งนาน
- ยังไม่มีอาการร้าวลงแขน/ขา
- ตรวจ MRI พบหมอนรองกระดูกเริ่มดำคล้ำ (สูญเสียน้ำ)
หมอนรองกระดูกโป่ง (Disc Bulging / Prolapse)
หมอนรองกระดูกโป่งออกจากแนวปกติ แต่เปลือกนอก (Annulus Fibrosus) ยังไม่ฉีกขาด เริ่มกดเบียดเส้นประสาท ทำให้ กระดูกทับเส้น เริ่มมีอาการชัดเจน:
- ปวดเอว/คอ ร้าวลงสะโพก/ไหล่
- เริ่มมีอาการชาเป็นแถบที่ขา/แขน
- อาการแย่ลงเมื่อไอ จาม เบ่ง
- ลุก-นั่ง-ก้มลำบาก
หมอนรองกระดูกปลิ้น (Disc Extrusion / Herniation)
เนื้อเจลด้านในหมอนรองกระดูกฉีกเปลือกนอกออกมาเป็น “ก้อนปลิ้น” กดเส้นประสาทตรงๆ กระดูกทับเส้น ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง:
- ปวดร้าวเป็นแนวยาวจากเอวลงต้นขา น่อง ปลายเท้า (Sciatica)
- ชาเป็นแผ่นกว้าง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น ยกปลายเท้าไม่ขึ้น (Foot Drop)
- นอนไม่หลับเพราะปวด
- ตรวจ MRI พบหมอนรองกระดูกปลิ้นชัดเจน
หมอนรองกระดูกหลุด (Disc Sequestration)
เนื้อเจลของหมอนรองกระดูกหลุดออกมาเป็นชิ้นในช่องไขสันหลัง อาจเคลื่อนที่ไปกดเส้นประสาทระดับอื่น กระดูกทับเส้น ระยะนี้พบได้น้อย แต่มีความเสี่ยงสูง:
- ปวดรุนแรงมาก เดินไม่ได้
- ขาอ่อนแรงเฉียบพลันรุนแรง
- กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่อยู่ (Cauda Equina Syndrome)
- ชาบริเวณก้นและรอบทวารหนัก
งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับการดูดซึมกลับของหมอนรองกระดูก
การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ที่รวมการศึกษา 11 ฉบับ ผู้ป่วยกว่า 360 ราย พบว่า หมอนรองกระดูกที่ปลิ้น (Extrusion) ในระยะ 3 มีโอกาสยุบตัวเองตามธรรมชาติได้สูงถึง ~70% ภายใน 6–12 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ผ่านกลไก Disc Resorption
Chiu CC, et al. The probability of spontaneous regression of lumbar herniated disc: a systematic review. Clin Rehabil. 2015;29(2):184-195.[2]
ใครเสี่ยงเป็นกระดูกทับเส้น?
ปัจจัยเสี่ยงของ กระดูกทับเส้น มีทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้:
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
- อายุ 30-50 ปี — ช่วงที่หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมตามวัยและยังใช้งานหนัก
- เพศชาย — มีโอกาสเป็น กระดูกทับเส้น สูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย
- พันธุกรรม — มีญาติสายตรงเป็นโรคหมอนรองกระดูก เพิ่มความเสี่ยง 2-3 เท่า
- โครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น คดงอ, ขนาดช่องไขสันหลังแคบโดยกำเนิด
ปัจจัยที่ควบคุมได้
- การยกของหนักผิดท่า — ก้มยกแทนงอเข่า เพิ่มแรงกดบนหมอนรองกระดูกสูง
- การนั่งนานต่อเนื่อง — โดยเฉพาะนั่งหลังค่อม
- การยืนนานต่อเนื่อง โดยไม่พัก
- น้ำหนักเกิน — เพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลังโดยตรง
- สูบบุหรี่ — ลดการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก เร่งการเสื่อม
- ขาดการออกกำลังกาย — กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแรง
- การใช้ร่างกายซ้ำๆ ผิดท่า เช่น นักกีฬา คนทำงานสายอาชีพที่ต้องบิดตัว
การตรวจวินิจฉัยกระดูกทับเส้น
การวินิจฉัย กระดูกทับเส้น ที่แม่นยำต้องอาศัยการประเมินหลายขั้นตอน — ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียว เพราะอาจมีโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน:
1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย
แพทย์จะถามลักษณะอาการปวด ตำแหน่งที่ปวด/ชา ปัจจัยกระตุ้น และตรวจการทำงานของเส้นประสาท เช่น ความรู้สึก, กำลังกล้ามเนื้อ, รีเฟล็กซ์, ท่ายกขาตรง (Straight Leg Raise Test)
2. การถ่ายภาพรังสี (X-ray)
ดูโครงสร้างของกระดูกสันหลัง — กระดูกคด เสื่อม กระดูกงอก แต่ X-ray ไม่เห็นหมอนรองกระดูก โดยตรง จึงไม่ใช่การตรวจหลักของ กระดูกทับเส้น
3. MRI (Magnetic Resonance Imaging)
เป็นการตรวจมาตรฐานสำหรับวินิจฉัยกระดูกทับเส้น — แสดงภาพหมอนรองกระดูก เส้นประสาท ไขสันหลัง และเอ็นรอบกระดูกสันหลังอย่างชัดเจน ไม่ใช้รังสี ปลอดภัย แต่ราคาสูง
4. CT Scan
ใช้รังสี เห็นโครงสร้างกระดูกชัด แต่เห็นหมอนรองกระดูกได้น้อยกว่า MRI — มักใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามทำ MRI เช่น ฝัง pacemaker
5. EMG / NCV (Electromyography / Nerve Conduction Velocity)
ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท บอกว่าเส้นประสาทเส้นไหนถูกกดและเสียหายระดับใด ช่วยยืนยันการวินิจฉัย กระดูกทับเส้น
งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับ MRI และการวินิจฉัย
การวิเคราะห์งานวิจัย 33 ฉบับ ผู้เข้าร่วม 3,110 รายที่ไม่มีอาการปวดหลัง พบว่า หมอนรองกระดูกเสื่อม (Disc Degeneration) พบได้ ~37% ในวัย 20 ปี และเพิ่มเป็น ~96% ในวัย 80 ปี ส่วน หมอนรองกระดูกโป่ง (Disc Bulge) พบได้ 30% ในวัย 20 ปี และ 84% ในวัย 80 ปี ผลวิจัยนี้ย้ำว่า ผล MRI ที่พบ “ความผิดปกติ” ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยต้องมีอาการ — การวินิจฉัย กระดูกทับเส้น ต้องอาศัยอาการของผู้ป่วยร่วมกับผล MRI
Brinjikji W, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol. 2015;36(4):811-816.[3]
งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง
การวิเคราะห์รวม 81 งานวิจัย ผู้เข้าร่วมกว่า 28,000 ราย พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเป็นกระดูกทับเส้นและหมอนรองกระดูกเสื่อมสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ประมาณ 1.3-1.5 เท่า กลไกเกิดจาก nicotine ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง เร่งการเสื่อม
Huang W, et al. The relationship between smoking and lumbar disc disease: a meta-analysis. Spine. 2018[4]
การศึกษากลุ่มประชากร 1,002 ราย พบว่าหลังอายุ 35 ปี หมอนรองกระดูกเริ่มสูญเสียน้ำเร็วขึ้น และความเสี่ยงต่อ กระดูกทับเส้น เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การออกกำลังกายแกนกลางและการควบคุมน้ำหนักช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมได้
Battié MC, et al. The Twin Spine Study. Spine. 2009;34(7):658-664.[5]
การดูแลผู้ป่วยกระดูกทับเส้นโดยหมอซัน
หมอซัน นพ.อนันต์ ชาติสิริพัฒนา วิสัญญีแพทย์ที่จบจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และต่อยอดการฝังเข็มจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย กระดูกทับเส้น มากกว่า 20,000 เคส
การทบทวน Cochrane Reviews สรุปว่า การฝังเข็มมีหลักฐานสนับสนุนการบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรัง รวมถึงในผู้ป่วย กระดูกทับเส้น เมื่อทำโดยแพทย์ผู้ผ่านการฝึกอบรม โดยให้ผลดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
Mu J, et al. Acupuncture for chronic nonspecific low back pain. Cochrane Database Syst Rev. 2020.[6]
ตามความเชื่อ “ปวดได้ ต้องหายได้” ของหมอซันที่ยึดมั่นมากว่า 10 ปี ผู้ป่วย กระดูกทับเส้น ในระยะ 1-3 ส่วนหนึ่งสามารถได้รับการดูแลโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยแนวทางบูรณาการที่ผสมผสานวิสัญญีศาสตร์ การใช้ยา และการฝังเข็ม ตามสภาพอาการของแต่ละบุคคล
คลิปจากหมอซัน

▶
หมอซันอธิบายกลไกของกระดูกทับเส้น ทำไมบางคนรักษาแล้วไม่ดีขึ้น และต้องดูแลอย่างไร
ติดตามคลิปเพิ่มเติมได้ที่ช่อง youtube.com/@drsuntv
คำถามที่พบบ่อย
ทั้งสองคำเป็นชื่อเรียกในภาษาไทยที่หมายถึงภาวะเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ — กระดูกทับเส้น เป็นคำกว้างที่รวมหลายสาเหตุ ขณะที่ “หมอนรองกระดูกทับเส้น” หมายเฉพาะกรณีที่หมอนรองกระดูก (Disc) เป็นตัวกดเส้นประสาท ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
MRI แสดงโครงสร้างทางกายวิภาค — เห็นว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือไม่ ส่วน EMG บอกการทำงานจริงของเส้นประสาท — เส้นไหนถูกกดและเสียหายระดับใด แพทย์อาจใช้ทั้งสองร่วมกันเมื่อต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะกรณีที่ผล MRI ไม่ตรงกับอาการ
แม้ กระดูกทับเส้น ระยะ 1-2 อาการอาจไม่รุนแรง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลตั้งแต่เนิ่น — การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และการลดความเสี่ยง สามารถช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระยะ 3-4 ได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพอาการของแต่ละบุคคล
ผู้ที่มีอาการ Cauda Equina Syndrome (กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้, ขาอ่อนแรงเฉียบพลันรุนแรง, ชาก้น) หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ในเวลาสั้น ต้องพบแพทย์เพื่อพิจารณาผ่าตัดฉุกเฉิน ส่วนกรณีอื่น แพทย์มักแนะนำการดูแลแบบประคับประคองก่อน 6-12 สัปดาห์
บทสรุป
📌 สรุปสาระสำคัญ
กระดูกทับเส้น (Radiculopathy) เป็นภาวะที่รากเส้นประสาทถูกกดเบียดจากหลายสาเหตุ — หมอนรองกระดูกเคลื่อน กระดูกงอก โพรงกระดูกตีบ ฯลฯ แบ่งตามตำแหน่งได้ 4 ประเภท (คอ/อก/เอว/ก้นกบ) และตามความรุนแรงได้ 4 ระยะ (เสื่อม/โป่ง/ปลิ้น/หลุด)
การวินิจฉัย กระดูกทับเส้น ที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจหลายขั้นตอน โดย MRI เป็นมาตรฐานหลัก ร่วมกับการซักประวัติและตรวจร่างกาย ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
ติดต่อขอคำปรึกษา
สนใจปรึกษาการดูแลอาการกระดูกทับเส้นกับหมอซัน
หากมีอาการสงสัยว่าเป็นกระดูกทับเส้น หรือสนใจรับคำปรึกษากับ The Enlight Clinic / Dr.Sun Clinic
ติดต่อทีมงานหมอซันผ่าน LINE Official Account ได้ทันที
The Enlight Clinic — 69/5 ซ.ศรีนครินทร์ ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพ 10520 | โทร 065-235-4944
📚 เอกสารอ้างอิง (References)
- Hartvigsen J, Hancock MJ, Kongsted A, et al. What low back pain is and why we need to pay attention. The Lancet. 2018;391(10137):2356-2367.
- Chiu CC, Chuang TY, Chang KH, et al. The probability of spontaneous regression of lumbar herniated disc: a systematic review. Clinical Rehabilitation. 2015;29(2):184-195.
- Brinjikji W, Luetmer PH, Comstock B, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. American Journal of Neuroradiology. 2015;36(4):811-816.
- Huang W, Qiu C, Shi B, et al. The relationship between smoking and lumbar disc disease: a meta-analysis. Spine. 2018.
- Battié MC, Videman T, Kaprio J, et al. The Twin Spine Study: contributions to a changing view of disc degeneration. The Spine Journal. 2009;9(1):47-59.
- Mu J, Furlan AD, Lam WY, et al. Acupuncture for chronic nonspecific low back pain. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2020;(12):CD013814.
- World Health Organization. Acupuncture: Review and Analysis of Reports on Controlled Clinical Trials. Geneva: WHO; 2003.





