
1. การฝังเข็ม คืออะไร
การฝังเข็ม (Acupuncture) เป็นวิธีการรักษาที่ใช้เข็มขนาดเล็กแบบ filiform (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.16–0.30 มิลลิเมตร — เล็กกว่าเข็มฉีดยาทั่วไปประมาณ 10 เท่า) ปักลงไปในจุดเฉพาะของร่างกายที่เรียกว่า จุดฝังเข็ม (Acupoints) ตามแนว เส้นลมปราณ (Meridians) ในระบบการแพทย์แผนจีน เพื่อกระตุ้นกระบวนการรักษาตามธรรมชาติของร่างกาย
การฝังเข็มถูกใช้มาแล้วกว่า 2,500 ปีในการแพทย์แผนจีนโบราณ และในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ จนได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี ค.ศ. 2003 และจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ในปี ค.ศ. 1997 ว่ามีหลักฐานสนับสนุนการใช้บรรเทาอาการในหลายภาวะ
ประเภทของการฝังเข็มในปัจจุบัน
ตามหลักแพทย์แผนจีนดั้งเดิม ใช้เส้นลมปราณและจุดดั้งเดิม
ใช้หลักกายวิภาคและสรีรวิทยาสมัยใหม่ในการเลือกจุด
กระตุ้นเข็มด้วยกระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพในบางอาการ
เน้นการคลายจุดกล้ามเนื้อตึง (Trigger Points) สำหรับปวดกล้ามเนื้อ
การฝังเข็มที่ใบหู ใช้บ่อยในการเลิกบุหรี่และความเครียด
ผสมแนวทาง TCM + แพทย์ตะวันตก + วิสัญญี — แนวทางที่หมอซันใช้
2. อาการหรือโรคที่สามารถรักษาด้วยการฝังเข็ม
การฝังเข็มมีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบและได้รับการรับรองจาก WHO และ NIH ว่ามีหลักฐานสนับสนุนการใช้ในหลายภาวะ บทความนี้รวบรวม 8 กลุ่มอาการ/โรคหลัก ที่การฝังเข็มมีบทบาทเป็นทางเลือกการดูแล:

ปวดหลังเรื้อรัง / ปวดสะโพกร้าวลงขา
ปวดหลังเรื้อรัง (Chronic Low Back Pain), ปวดสะโพกร้าวลงขา (Sciatica)

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
Herniated Nucleus Pulposus (HNP), กระดูกทับเส้น, หมอนรองกระดูกเคลื่อน

Piriformis Syndrome / สลักเพชรจม
กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท, ปวดสลักเพชร, ปวดก้นร้าวลงขา

ปวดคอ ปวดไหล่ ไมเกรน
Chronic Neck Pain, Shoulder Pain, Migraine, Tension-Type Headache

ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม
เอ็นหลังเข่าอักเสบ, ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis), น้ำในเข่า

กลุ่มโรคระบบประสาท
ชาปลายมือปลายเท้า, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, การฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

นอนไม่หลับ ความเครียด
ภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง (Insomnia), ความเครียด, ความวิตกกังวล (Anxiety)

ระบบทางเดินอาหารและลำไส้
ท้องผูก, อาหารไม่ย่อย, กรดไหลย้อน (GERD), ลำไส้แปรปรวน (IBS)
3. การฝังเข็มช่วยเรื่องอะไร ดีอย่างไร
การฝังเข็มทำงานผ่านกลไกทางวิทยาศาสตร์หลายระบบพร้อมกัน ทำให้สามารถช่วยได้ทั้งในระดับร่างกายและจิตใจ:
ลดอาการปวดตามธรรมชาติ
กระตุ้นการหลั่ง เอ็นดอร์ฟิน และ เซโรโทนิน ที่เป็นสารระงับปวดของร่างกายเอง
ลดการอักเสบ
กระตุ้น vagal-cholinergic pathway ลดการหลั่ง pro-inflammatory cytokines บริเวณที่ปวด
คลายกล้ามเนื้อตึง
คลายจุดกล้ามเนื้อที่เกร็งและตึง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลึกที่การนวดทั่วไปเข้าไม่ถึง
เพิ่มการไหลเวียนเลือด
กระตุ้นการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่ ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อและลดการคั่งของของเสีย
ลดความเครียด
เพิ่มกิจกรรมระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ลด คอร์ติซอล ส่งเสริมการผ่อนคลาย
ส่งเสริมการนอนหลับ
ปรับสมดุลฮอร์โมน melatonin และคลายความตึงเครียดที่รบกวนการนอน
ปรับสมดุลร่างกาย
ปรับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันให้สมดุล
ทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด
เป็นทางเลือกการดูแลที่ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยปวดเรื้อรังหลายภาวะ
การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยรายบุคคลจากการศึกษาแบบสุ่ม 39 ฉบับ ผู้ป่วยกว่า 20,827 ราย ที่มีอาการปวดเรื้อรัง พบว่าการฝังเข็มให้ผลดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลคงอยู่นานถึง 12 เดือนหลังจบการรักษา
Vickers AJ, Vertosick EA, Lewith G, et al. J Pain. 2018;19(5):455-474.
4. การเตรียมตัวก่อนการฝังเข็ม
การเตรียมตัวที่ดีก่อนเข้ารับการฝังเข็มจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย:
สิ่งที่ควรทำ
- ทานอาหารเบาๆ ก่อนการรักษา 1–2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการมาในขณะหิวจัด เพราะอาจทำให้รู้สึกหวิวๆ หรือเป็นลม
- สวมเสื้อผ้าหลวม สามารถพับขึ้นหรือลงได้สะดวก เพื่อให้แพทย์เข้าถึงจุดฝังต่างๆ ได้ง่าย
- นำรายชื่อยาที่ใช้อยู่ รวมถึงอาหารเสริมและสมุนไพรที่ทานเป็นประจำ ไปแจ้งแพทย์ในการประเมินครั้งแรก
- นำผลตรวจที่เกี่ยวข้อง เช่น X-ray, MRI, ผลตรวจเลือด หากเคยตรวจในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา
- พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนวันนัดอย่างน้อย 1 คืน เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพพร้อม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ในวันที่จะรับการรักษา ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนการรักษา
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ในวันเดียวกันทั้งก่อนและหลังการฝังเข็ม
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัด หรือเข้าห้องน้ำเย็นในวันที่ฝังเข็ม
- ไม่ทานคาเฟอีนปริมาณมาก ก่อนการรักษา อาจทำให้กล้ามเนื้อตึงเกินจริง
- ไม่งดมื้ออาหาร หรือมาในสภาพอ่อนเพลียเพราะอดอาหาร
ข้อมูลที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนการฝังเข็ม
- กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ (มีจุดบางจุดที่ห้ามฝัง)
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin, NOACs, แอสไพรินขนาดสูง
- มีภาวะเลือดออกง่าย เช่น hemophilia, thrombocytopenia
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังรับเคมีบำบัด
- มีผิวหนังอักเสบติดเชื้อ บริเวณที่จะฝังเข็ม
- กำลังเป็นไข้สูง หรือมีอาการป่วยเฉียบพลัน
5. ข้อแนะนำในการฝังเข็ม
เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ทั้งระหว่างและหลังการฝังเข็ม:
ระหว่างการฝังเข็ม
-
ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ
นอนหรือนั่งในท่าสบาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้อ หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ การผ่อนคลายช่วยให้เข็มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
แจ้งแพทย์ทันทีหากรู้สึกผิดปกติ
เช่น เวียนหัว หน้ามืด หายใจไม่ออก ปวดเข็มจนทนไม่ไหว หรือรู้สึกไม่สบาย ห้ามทนเก็บเอาไว้
-
อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่เข็มอยู่ในร่างกาย
หลีกเลี่ยงการขยับหรือเปลี่ยนท่าทันที เพราะอาจทำให้เข็มงอหรือเลื่อนตำแหน่ง โดยทั่วไปพักประมาณ 20–30 นาที
-
ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือบนตัวขณะฝังเข็ม
โดยเฉพาะหากใช้ electroacupuncture ควรเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ห่างจากบริเวณที่ฝัง
หลังการฝังเข็ม
- พักผ่อน 10–15 นาที หลังถอนเข็ม ก่อนลุกจากเตียงรักษา เพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะ
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ช่วยขับของเสียที่อาจถูกปลดปล่อยจากกล้ามเนื้อระหว่างการรักษา
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันเดียวกัน ให้ร่างกายได้พักฟื้น
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัด หรือเข้าสปาเย็นทันที (อย่างน้อย 4 ชั่วโมง)
- สังเกตอาการ หากมีฟกช้ำเล็กน้อยที่จุดฝัง ถือเป็นเรื่องปกติ จะหายเองภายใน 1–2 วัน
- บันทึกการเปลี่ยนแปลงของอาการ เพื่อนำไปแจ้งแพทย์ในการรักษาครั้งต่อไป ช่วยให้แพทย์ปรับแผนได้แม่นยำ
ความถี่และความต่อเนื่องของการรักษา
- ระยะแรก: ฝังเข็มสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เป็นเวลา 4–6 สัปดาห์
- ระยะรักษา: ปรับเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่ออาการดีขึ้น
- ระยะคงสภาพ: ทุก 2–4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
- ผลการรักษามักเริ่มเห็นหลังการฝังเข็ม 3–5 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับโรคและการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
- ปวดรุนแรงผิดปกติบริเวณที่ฝัง ไม่หายภายใน 1–2 วัน
- มีรอยบวมแดงร้อนผิดปกติ หรือมีหนองที่จุดฝัง (อาการติดเชื้อ)
- เลือดออกที่จุดฝังไม่หยุดหลายชั่วโมง
- มีอาการแพ้ เช่น ผื่น คัน หายใจลำบาก
- อาการปวดเดิมแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
แนวคิดของหมอซัน
หมอซัน วิสัญญีแพทย์ที่จบจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และเชี่ยวชาญด้านการระงับปวด มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยปวดเรื้อรังด้วยแนวทาง Integrative Medical Acupuncture ที่ผสานองค์ความรู้จากการแพทย์แผนจีน การแพทย์ตะวันตก และวิสัญญีศาสตร์ เพื่อให้การฝังเข็มเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด และเหมาะสมกับสภาพอาการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล
คลิปจากหมอซัน

▶
หมอซันรีวิวงานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการฝังเข็มในผู้ป่วยกระดูกทับเส้น
ติดตามคลิปเพิ่มเติมได้ที่ช่อง youtube.com/@drsuntv
สนใจการรักษาด้วยการฝังเข็มกับหมอซัน
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝังเข็ม หรือสนใจรับคำปรึกษาเรื่องอาการปวดเรื้อรัง
ติดต่อทีมงานหมอซันผ่าน LINE Official Account ได้ทันที
📚 เอกสารอ้างอิง (References)
- Vickers AJ, Vertosick EA, Lewith G, et al. Acupuncture for Chronic Pain: Update of an Individual Patient Data Meta-Analysis. The Journal of Pain. 2018;19(5):455-474.
- World Health Organization. Acupuncture: Review and Analysis of Reports on Controlled Clinical Trials. Geneva: WHO; 2003.
- NIH Consensus Conference. Acupuncture. JAMA. 1998;280(17):1518-1524.
- Linde K, Allais G, Brinkhaus B, et al. Acupuncture for the prevention of episodic migraine. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2016;(6):CD001218.
- Hinman RS, McCrory P, Pirotta M, et al. Acupuncture for chronic knee pain: a randomized clinical trial. JAMA. 2014;312(13):1313-1322.
- Trinh K, Graham N, Irnich D, et al. Acupuncture for neck disorders. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2016;(5):CD004870.
- Manheimer E, Cheng K, Wieland LS, et al. Acupuncture for hip osteoarthritis. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2018.
- Smith CA, Armour M, Zhu X, et al. Acupuncture for dysmenorrhoea. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2016.
- Goldman N, Chen M, Fujita T, et al. Adenosine A1 receptors mediate local anti-nociceptive effects of acupuncture. Nature Neuroscience. 2010;13(7):883-888.
- Han JS. Acupuncture: neuropeptide release produced by electrical stimulation of different frequencies. Trends in Neurosciences. 2003;26(1):17-22.





