
มือชาอยู่บ่อยๆ เกิดจากอะไร? 5 สาเหตุหลักที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอธิบายครบในที่เดียว
อาการชามือที่ “ไม่ใช่แค่เมื่อยธรรมดา” — คุณอาจกำลังเพิกเฉยกับสัญญาณเตือนสำคัญของร่างกาย หลายคนตื่นนอนมาแล้วรู้สึกมือชา สะบัดแล้วก็หาย จึงคิดว่าไม่เป็นอะไร หรือนั่งทำงานสักพักแล้วมือชาอีก กดนวดแล้วก็ดีขึ้น จึงวางใจและปล่อยผ่านไป แต่หากอาการชามือเกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ยอมหายสักที นั่นอาจไม่ใช่แค่การนอนทับแขนหรือความเมื่อยล้าจากการทำงาน แต่คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมาบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่อาการรุนแรงที่แก้ไขได้ยากขึ้นมาก บทความนี้จะอธิบาย 5 สาเหตุหลักของอาการชามือ พร้อมชี้ให้เห็นว่าอาการแบบไหนเกิดจากอะไร และควรดำเนินการอย่างไรต่อไป ก่อนอื่น: อาการชามือเกิดจากระบบใดในร่างกาย? อาการชาส่วนใหญ่เกิดจากการรบกวนของระบบในร่างกาย 2 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบประสาท — เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับหรืออักเสบ จะทำให้รู้สึกชายิบๆ ชาหนาๆ แสบร้อน หรือปวดร้าวลงตามแนวแขน ระบบไหลเวียนเลือด — เมื่อเส้นเลือดถูกกดทับ จะรู้สึกชาหนาๆ คล้ายสวมถุงมือ หรือปวดตื้อๆ ทั้งมือ ความแตกต่างของทั้งสองระบบนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากวิธีการรักษาและสาเหตุต้นตอแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 5 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการชามือ สาเหตุที่ 1: กระดูกคอเสื่อมกดทับรากประสาทบริเวณคอ พบมากในใคร? เมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรือมีกระดูกงอกมากดทับทางออกของเส้นประสาท รากประสาทจะถูกรบกวนและส่งสัญญาณผิดปกติลงมาตามแนวแขน ทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงที่หลายคนมักสับสนกับโรคอื่น อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นกระดูกคอกดทับเส้นประสาท: ชาหรือปวดร้าวลงตามแนวแขน ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง











